กกต.อินโดฯยืนยัน "วิโดโด" ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี
ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของอินโดนีเซีย ( เคพียู ) ประกาศผลการเลือกตั้งแห่งชาติที่ประชาชนประมาณ 154 ล้านคนใช้สิทธิ์ลงคะแนนเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยถือเป็น "การเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดภายในวันเดียว" เนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของอินโดนีเซีย ที่ประชาชนต้องลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาพร้อมกัน ซึ่งในส่วนของการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาแบ่งเป็น 560 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และ 132 ที่นั่งในวุฒิสภา ตลอดจนสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมทั้งสิ้นมากกว่า 20,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนที่ทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศจับตาและให้ความสนใจมากที่สุดคือตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งผลอย่างเป็นทางการปรากฏว่า ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ซึ่งลงสมัครในนามตัวแทนพรรคประชาธิปไตยอินโดนีเซีย-การต่อสู้ ( พีดีไอ-พี ) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 85.6 ล้านคะแนน หรือ 55.5% ชนะคู่แข่งคนเดิมจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 คือพล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต จากพรรคขบวนการอินโดนีเซียยิ่งใหญ่ ( เกอรินทรา ) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 68.5 ล้านคะแนน คิดเป็น 44.5%
ทั้งนี้ ผลอย่างเป็นทางการโดยเคพียูยังถือว่ารักษาความน่าเชื่อถือของการนับคะแนนเอ็กซิตโพลที่ร่วมกันโดยสำนักโพลและสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง ซึ่งเรียกว่า "ควิกเคาต์" ไว้ได้ต่อไป ซึ่งควิกเคาต์ประกาศผลตั้งแต่ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังปิดหีบ ให้วิโดโดชนะด้วยคะแนนประมาณ 55% ต่อ 45%

แม้นายอารีฟ บูดีมัน ประธานเคพียู ประกาศว่าผลการเลือกตั้งในทุกตำแหน่งถือว่า "มีผลทันที" แต่พล.ท.ซูเบียนโตวัย 67 ปี ยืนยันไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่ามีการทุจริตอย่างแพร่หลาย และประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ในกรุงจาการ์ตา ในวันที่ 22 พ.ค. นี้ แม้ฝ่ายความมั่นคงเตือนเรื่องการพบแนวโน้มกลุ่มหัวรุนแรงอาจใช้เหตุประท้วงช่วงหลังการเลือกตั้งก่อเหตุร้ายก็ตาม โดยสำนักงานตำรวจกรุงจาการ์ตาระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบมากกว่า 32,000 นาย กระจายกำลังอารักขาสถานที่สำคัญกลายแห่งในเมืองหลวง โดยเฉพาะที่หน้าอาคารทำการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง.
เครดิตภาพ : REUTERS,AFP
อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนที่ทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศจับตาและให้ความสนใจมากที่สุดคือตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งผลอย่างเป็นทางการปรากฏว่า ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ซึ่งลงสมัครในนามตัวแทนพรรคประชาธิปไตยอินโดนีเซีย-การต่อสู้ ( พีดีไอ-พี ) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 85.6 ล้านคะแนน หรือ 55.5% ชนะคู่แข่งคนเดิมจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 คือพล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต จากพรรคขบวนการอินโดนีเซียยิ่งใหญ่ ( เกอรินทรา ) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 68.5 ล้านคะแนน คิดเป็น 44.5%
ทั้งนี้ ผลอย่างเป็นทางการโดยเคพียูยังถือว่ารักษาความน่าเชื่อถือของการนับคะแนนเอ็กซิตโพลที่ร่วมกันโดยสำนักโพลและสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง ซึ่งเรียกว่า "ควิกเคาต์" ไว้ได้ต่อไป ซึ่งควิกเคาต์ประกาศผลตั้งแต่ช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังปิดหีบ ให้วิโดโดชนะด้วยคะแนนประมาณ 55% ต่อ 45%
แม้นายอารีฟ บูดีมัน ประธานเคพียู ประกาศว่าผลการเลือกตั้งในทุกตำแหน่งถือว่า "มีผลทันที" แต่พล.ท.ซูเบียนโตวัย 67 ปี ยืนยันไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่ามีการทุจริตอย่างแพร่หลาย และประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ในกรุงจาการ์ตา ในวันที่ 22 พ.ค. นี้ แม้ฝ่ายความมั่นคงเตือนเรื่องการพบแนวโน้มกลุ่มหัวรุนแรงอาจใช้เหตุประท้วงช่วงหลังการเลือกตั้งก่อเหตุร้ายก็ตาม โดยสำนักงานตำรวจกรุงจาการ์ตาระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบมากกว่า 32,000 นาย กระจายกำลังอารักขาสถานที่สำคัญกลายแห่งในเมืองหลวง โดยเฉพาะที่หน้าอาคารทำการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง.
เครดิตภาพ : REUTERS,AFP

Webmaster
2019-05-21 07:54:00
64
