เกาหลีเหนือชี้การยิงจรวดคือ 'ซ้อมรบเพื่อป้องกันตัวเอง'
ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่าสำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับปฏิบัติการฝึกซ้อมแบบจู่โจม ด้วยการใช้งาน "อาวุธนำวิถีพิสัยไกล" จากฐานทัพที่เมืองวอนซาน ในจังหวัดคังวอน ริมชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น เป็นการเตรียมความพร้อมด้วยการยิงขีปนาวุธ "หลายลูก" ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธพิสัยใกล้ "อย่างน้อย 1 ลูก" และนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ลงพื้นที่ชมการฝึกซ้อมด้วยตัวเอง เป็นภารกิจทางทหารที่เกิดขึ้นตามกำหนดการ และมีวัตถุประสงค์เพื่อ "การป้องกันตนเอง"
ทั้งนี้ เคซีเอ็นเอเผยแพร่รายงานในวันเดียวกับที่นายแพทริก ชานาฮาน รักษาการรมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงของสภาคองเกรส ว่าเกาหลีเหนือยิง "จรวดและขีปนาวุธ" ในวันและเวลาดังกล่าวจริง ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลวอชิงตันยอมรับว่ารัฐบาลเปียงยางกลับมายิงขีปนาวุธเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ระงับไปหลังการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) เมื่อเดือนพ.ย. 2560
ขณะเดียวกัน รายงานของเคซีเอ็นเอยังวิจารณ์ปฏิกิริยาของเกาหลีใต้ ที่มีต่อ "การฝึกซ้อมรบ" ของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ว่ารัฐบาลโซลควรให้ความสำคัญและเพิ่มการศึกษาอย่างละเอียดต่อข้อตกลงทางทหารระดับทวิภาคีที่ลงนามร่วมกัน มากกว่าการออกมาแสดงท่าที "อย่างไร้จุดยืนเช่นนี้" ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ถือเป็นการ "ไม่เคารพ" ความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งเปรียบเทียบว่าเกาหลีใต้ "เหมือนโดนของ" เมื่อสหรัฐทดสอบขีปนาวุธมินิทแมนเป็นระยะ รัฐบาลโซลกลับไม่เคยแสดงท่าทีใด
อย่างไรก็ตาม นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันได้รับแจ้งจากเกาหลีใต้ ว่าจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เกาหลีเหนือด้วยการเพิ่มปริมาณการส่งอาหารและยารักษาโรค ว่าสหรัฐ "จะไม่ขัดขวาง" ความประสงค์ของเกาหลีใต้ในเรื่องดังกล่าว.
เครดิตภาพ : AFP
ทั้งนี้ เคซีเอ็นเอเผยแพร่รายงานในวันเดียวกับที่นายแพทริก ชานาฮาน รักษาการรมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงของสภาคองเกรส ว่าเกาหลีเหนือยิง "จรวดและขีปนาวุธ" ในวันและเวลาดังกล่าวจริง ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลวอชิงตันยอมรับว่ารัฐบาลเปียงยางกลับมายิงขีปนาวุธเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ระงับไปหลังการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) เมื่อเดือนพ.ย. 2560
ขณะเดียวกัน รายงานของเคซีเอ็นเอยังวิจารณ์ปฏิกิริยาของเกาหลีใต้ ที่มีต่อ "การฝึกซ้อมรบ" ของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ว่ารัฐบาลโซลควรให้ความสำคัญและเพิ่มการศึกษาอย่างละเอียดต่อข้อตกลงทางทหารระดับทวิภาคีที่ลงนามร่วมกัน มากกว่าการออกมาแสดงท่าที "อย่างไร้จุดยืนเช่นนี้" ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ถือเป็นการ "ไม่เคารพ" ความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งเปรียบเทียบว่าเกาหลีใต้ "เหมือนโดนของ" เมื่อสหรัฐทดสอบขีปนาวุธมินิทแมนเป็นระยะ รัฐบาลโซลกลับไม่เคยแสดงท่าทีใดอย่างไรก็ตาม นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันได้รับแจ้งจากเกาหลีใต้ ว่าจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เกาหลีเหนือด้วยการเพิ่มปริมาณการส่งอาหารและยารักษาโรค ว่าสหรัฐ "จะไม่ขัดขวาง" ความประสงค์ของเกาหลีใต้ในเรื่องดังกล่าว.
เครดิตภาพ : AFP

Webmaster
2019-05-09 10:18:00
20
