ชาวอินเดีย 8 แสนคนอยู่บนทางผ่านของไซโคลน "ฟานี"
ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของอินเดีย ( ไอเอ็มดี ) ออกประกาศเมื่อวันศุกร์ คาดการณ์พายุไซโคลนฟานีจะเริ่มขึ้นฝั่งบริเวณเมืองปูริ ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งของรัฐรัฐโอฑิศา ในภาคตะวันตกของประเทศและติดกับอ่าวเบงกอล ในเวลาประมาณ 9.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 11.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางที่อาจถึงเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 3 ถึง 4 ตามมาตรวัดพายุซัฟเฟอร์-ซิมป์สัน หลังจากนั้นจะมุ่งหน้าขึ้นเหนือเข้าสู่บังกลาเทศเป็นจุดหมายต่อไป

ทั้งนี้ ไอเอ็มดีเตือนภัยการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ตลอดจนย้ำเตือนให้เรือประมงกลับเข้าฝั่ง เนื่องจากอิทธิพลของพายุอาจก่อให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งสูงถึง 1.5 เมตร นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียสั่งการเร่งอพยพประชาชนเกือบ 800,000 คนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุไซโคลนโอฑิศา เมื่อปี 2542 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คน ด้านสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดียรายงานความพร้อมเรื่องการจัดเตรียมถุงยังชีพมากกว่า 100,000 ชุด และการแปรสภาพโรงเรียนมากกว่า 3,000 แห่งให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่วนกองทัพอินเดียสำรองกำลังพลเตรียมพร้อมสนับสนุนหน่วยงานทุกแห่ง และการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ในเวลาเดียวกัน สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของบังกลาเทศรายงานพื้นที่เสี่ยง 19 เขตในประเทศที่ตั้งอบู่บนเส้นทางผ่านของไซโคลนฟานี รวมถึงกรุงธากาซึ่งเป็นเมืองหลวงด้วย อนึ่ง ไซโคลนฟานีนับเป็นพายุมรสุมลูกที่ 4 ซึ่งก่อตัวในอ่าวเบงกอลและพาดผ่านภาคตะวันออกของอินเดียในรอบ 3 ทศวรรษ โดยพายุลูกล่าสุดที่ก่อตัวในทะเลแถบนี้คือไซโคลน "ออกคี" เมื่อปี 2557 สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่รัฐทมิฬนาฑูและรัฐเกรละ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต "อย่างเป็นทางการ" มากกว่า 250 คน.
เครดิตภาพ : REUTERS,AP

ทั้งนี้ ไอเอ็มดีเตือนภัยการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ตลอดจนย้ำเตือนให้เรือประมงกลับเข้าฝั่ง เนื่องจากอิทธิพลของพายุอาจก่อให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งสูงถึง 1.5 เมตร นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียสั่งการเร่งอพยพประชาชนเกือบ 800,000 คนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอิทธิพลของพายุไซโคลนโอฑิศา เมื่อปี 2542 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คน ด้านสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดียรายงานความพร้อมเรื่องการจัดเตรียมถุงยังชีพมากกว่า 100,000 ชุด และการแปรสภาพโรงเรียนมากกว่า 3,000 แห่งให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่วนกองทัพอินเดียสำรองกำลังพลเตรียมพร้อมสนับสนุนหน่วยงานทุกแห่ง และการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ในเวลาเดียวกัน สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของบังกลาเทศรายงานพื้นที่เสี่ยง 19 เขตในประเทศที่ตั้งอบู่บนเส้นทางผ่านของไซโคลนฟานี รวมถึงกรุงธากาซึ่งเป็นเมืองหลวงด้วย อนึ่ง ไซโคลนฟานีนับเป็นพายุมรสุมลูกที่ 4 ซึ่งก่อตัวในอ่าวเบงกอลและพาดผ่านภาคตะวันออกของอินเดียในรอบ 3 ทศวรรษ โดยพายุลูกล่าสุดที่ก่อตัวในทะเลแถบนี้คือไซโคลน "ออกคี" เมื่อปี 2557 สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่รัฐทมิฬนาฑูและรัฐเกรละ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต "อย่างเป็นทางการ" มากกว่า 250 คน.
เครดิตภาพ : REUTERS,AP

Webmaster
2019-05-03 07:50:00
35
