กองทัพสหรัฐปฏิเสธเตรียม "แทรกแซง" เวเนซุเอลา
ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่าพล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับประเด็น "บทบาท" ของกองทัพต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลา หากมีคำสั่งโดยตรงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเรื่องนี้ พล.อ.ดันฟอร์ด ว่าประวัติศาสตร์ในภูมิภาคนี้คือเรื่องราวที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดี ว่านโยบายด้านกลาโหมของสหรัฐในปัจจุบันและในอนาคตควรเป็นการ "สร้างพันธมิตร" กับภูมิภาคลาตินอเมริกา มากกว่า "การแทรกแซง" ดังเช่นในอดีต และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับกลุ่มประเทศในแถบนี้ที่ส่วนใหญ่ยังคง "ประสานรอยร้าวได้ไม่สนิทนัก"
พล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม และนายแพทริก ชานาฮาน รักษาการรมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ

ด้านพล.ร.ต. เคร็ก ฟัลเลอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการใต้ของกองทัพสหรัฐ ซึ่งขอบเขตปฏิบัติงานครอบคลุมทวีปอเมริกาใต้ กล่าวว่าภารกิจของสหรัฐควรเป็นร่วมฟื้นฟูโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่เวเนซุเอลา "เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ" ในวันเดียวกันนางแคทธรีน วีลมาร์เกอร์ รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐด้านกิจการต่างประเทศ กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านบริการอาวุธของสภาผู้แทนราษฎร ในกรุงวอชิงตัน ว่าแน่นอนว่ากองทัพสหรัฐต้องมี "แผนการฉุกเฉิน" เพื่อจัดการกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอเมริกาและพันธมิตร อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ในเวเนซุเอลาตอนนี้นั้น เพนตากอน "ยังไม่ได้รับคำสั่ง" ให้เตรียมการใดต่อกรณีดังกล่าว

ท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐเกิดขึ้น ในขณะที่นายฮวน กวยโด ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งประกาศตัวเป็น "ผู้นำคู่ขนาน" กับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อปลายเดือนม.ค. ที่ผ่านมา และอ้างว่าได้รับความสนับสนุนจากมากกว่า 50 ประเทศนำโดยสหรัฐ ยังไม่สามารถโน้มน้าวการสนับสนุนจากกองทัพให้ร่วม "การลุกฮือครั้งใหญ่" เพื่อโค่นอำนาจมาดูโรได้ แม้มีทหารบางส่วนยอมแปรพักตร์ แต่เป็นทหารชั้นผู้น้อยกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ขณะที่เกิดการปะทะอย่างดุเดือดในการชุมนุมใหญ่วันแรงงานโดยเฉพาะในกรุงการากัส ระหว่างประชาชนฝ่ายต่อต้านมาดูโรกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : REUTERS,AFP
พล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม และนายแพทริก ชานาฮาน รักษาการรมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ
ด้านพล.ร.ต. เคร็ก ฟัลเลอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการใต้ของกองทัพสหรัฐ ซึ่งขอบเขตปฏิบัติงานครอบคลุมทวีปอเมริกาใต้ กล่าวว่าภารกิจของสหรัฐควรเป็นร่วมฟื้นฟูโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่เวเนซุเอลา "เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ" ในวันเดียวกันนางแคทธรีน วีลมาร์เกอร์ รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐด้านกิจการต่างประเทศ กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการด้านบริการอาวุธของสภาผู้แทนราษฎร ในกรุงวอชิงตัน ว่าแน่นอนว่ากองทัพสหรัฐต้องมี "แผนการฉุกเฉิน" เพื่อจัดการกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอเมริกาและพันธมิตร อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ในเวเนซุเอลาตอนนี้นั้น เพนตากอน "ยังไม่ได้รับคำสั่ง" ให้เตรียมการใดต่อกรณีดังกล่าว

ท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐเกิดขึ้น ในขณะที่นายฮวน กวยโด ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งประกาศตัวเป็น "ผู้นำคู่ขนาน" กับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อปลายเดือนม.ค. ที่ผ่านมา และอ้างว่าได้รับความสนับสนุนจากมากกว่า 50 ประเทศนำโดยสหรัฐ ยังไม่สามารถโน้มน้าวการสนับสนุนจากกองทัพให้ร่วม "การลุกฮือครั้งใหญ่" เพื่อโค่นอำนาจมาดูโรได้ แม้มีทหารบางส่วนยอมแปรพักตร์ แต่เป็นทหารชั้นผู้น้อยกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ขณะที่เกิดการปะทะอย่างดุเดือดในการชุมนุมใหญ่วันแรงงานโดยเฉพาะในกรุงการากัส ระหว่างประชาชนฝ่ายต่อต้านมาดูโรกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : REUTERS,AFP

Webmaster
2019-05-02 07:26:00
20
