กำหนดการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิ
ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ปัจจุบันทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา จะทรงสร้างประวัติศาสตร์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์แรกของญี่ปุ่นในรอบ 2 ศตวรรษ ที่ทรงสละราชสมบัติ ต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิโคกะกุ เมื่อปี 2360 ในวันอังคารที่ 30 เม.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม พระราชพิธีหลักจะใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น โดยตามกำหนดการเบื้องต้นที่สำนักพระราชวังและสำนักนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเผยแพร่ออกมาระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะจะเสด็จออก ณ ห้องต้นสน ภายในพระราชวังอิมพีเรียล ในเวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 15.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย )
สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจแก่ประชาชนซึ่งประสบภัยจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ เมื่อปี 2554
ทั้งนี้ ห้องต้นสน หรือ “มัตสึ-โนะ-มะ” มีความพิเศษและแตกต่างจากห้องทุกห้องภายในพระราชวังแห่งนี้ตามชื่อของห้อง โดยเป็นห้องเดียวที่พื้นห้องปูด้วยไม้จากต้นเซลโควาซึ่งปลูกในประเทศ และผนังห้องได้รับการประดับตกแต่งเป็นลวดลายของใบต้นสน ขณะที่เจ้าพนักงานจะนำกล่องบรรจุเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 ชิ้น ได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรี พระฉายหรือกระจาก และสายสร้อยพระสังวาลแระดับเนาวรัตน์เข้ามาวางภายในห้องด้วย แต่จะไม่มีการเปิดกล่องอย่างเด็ดขาดตามโบราณราชประเพณี
ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่น จะขอพระราชทานกราบบังคมทูลในฐานะผู้แทนของพสกนิกรชาวญี่ปุ่นทั้งมวล หลังจากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตพระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่ผู้ที่อยู่ในห้องซึ่งจะมีประมาณ 300 คน รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส และคณะเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นพร้อมคู่สมรส ซึ่งโอกาสนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตพระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในฐานะประมุขของญี่ปุ่น ซึ่งตลอดพระราชพิธีที่แม้จะใช้เวลานานไม่นาน แต่เป็น “ประวัติศาสตร์” ที่จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ อนึ่ง ในทางทฤษฎีถือว่ารัชสมัยเฮเซที่หมายถึง “การบรรลุสู่สันติภาพ” ซึ่งปีนี้นับเป็น “ปีเฮเซที่ 31” จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ( 22.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย ) ล่วงเข้าสู่วันต่อไป ที่จะเป็นการเริ่มรัชสมัยใหม่คือ “เรวะ” หมายถึงความสงบสุข ความเป็นระเบียบ ความสามัคคีและความปรองดองอันดีงาม.
เครดิตภาพ : AFP
สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจแก่ประชาชนซึ่งประสบภัยจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ เมื่อปี 2554ทั้งนี้ ห้องต้นสน หรือ “มัตสึ-โนะ-มะ” มีความพิเศษและแตกต่างจากห้องทุกห้องภายในพระราชวังแห่งนี้ตามชื่อของห้อง โดยเป็นห้องเดียวที่พื้นห้องปูด้วยไม้จากต้นเซลโควาซึ่งปลูกในประเทศ และผนังห้องได้รับการประดับตกแต่งเป็นลวดลายของใบต้นสน ขณะที่เจ้าพนักงานจะนำกล่องบรรจุเครื่องราชกกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 ชิ้น ได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรี พระฉายหรือกระจาก และสายสร้อยพระสังวาลแระดับเนาวรัตน์เข้ามาวางภายในห้องด้วย แต่จะไม่มีการเปิดกล่องอย่างเด็ดขาดตามโบราณราชประเพณี
ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่น จะขอพระราชทานกราบบังคมทูลในฐานะผู้แทนของพสกนิกรชาวญี่ปุ่นทั้งมวล หลังจากนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตพระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่ผู้ที่อยู่ในห้องซึ่งจะมีประมาณ 300 คน รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส และคณะเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นพร้อมคู่สมรส ซึ่งโอกาสนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตพระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในฐานะประมุขของญี่ปุ่น ซึ่งตลอดพระราชพิธีที่แม้จะใช้เวลานานไม่นาน แต่เป็น “ประวัติศาสตร์” ที่จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ อนึ่ง ในทางทฤษฎีถือว่ารัชสมัยเฮเซที่หมายถึง “การบรรลุสู่สันติภาพ” ซึ่งปีนี้นับเป็น “ปีเฮเซที่ 31” จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ( 22.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย ) ล่วงเข้าสู่วันต่อไป ที่จะเป็นการเริ่มรัชสมัยใหม่คือ “เรวะ” หมายถึงความสงบสุข ความเป็นระเบียบ ความสามัคคีและความปรองดองอันดีงาม.
เครดิตภาพ : AFP

Webmaster
2019-04-29 07:07:00
45
