ลาฟรอฟแซะแนวคิดทรัมป์เป็น 'สายลับรัสเซีย'
ต่างประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่าหลังสื่อใหญ่หลายแห่งของสหรัฐนำโดยเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส และเดอะวอชิงตัน โพสต์ "ตั้งข้อสงสัย" ในสัปดาห์นี้ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ "ทำงานให้กับรัสเซีย" หรือถึงขั้น "เป็นสายลับ" ให้กับรัฐบาลมอสโก จากกรณีการปลดนายเจมส์ โคมีย์ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) "แบบสายฟ้าแลบ" เมื่อเดือนพ.ค. 2560 และการ "ริบ" บันทึกของล่ามระหว่างการสนทนาเป็นการภายในกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในการประชุมที่กรุงเฮลซิงกิ เมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้วนั้น
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างการแถลงเมื่อวันพุธ ว่าเขาคงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอะไรได้มากไปกว่า "มาตรฐาน" ของสื่อมวลชนในสหรัฐ "ตกต่ำอย่างหนัก" และเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่สื่อมวลชนในสหรัฐส่วนใหญ่ยังคง "หมกมุ่น" กับเรื่องนี้ พร้อมทั้งตำหนิผู้สื่อข่าวของสื่อสำนักหนึ่งที่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นเสื่อของรัสเซียหรือประเทศใด ที่ตั้งคำถามว่ารัฐบาลมอสโกจะเปิดเผยบทแปลของล่ามฝ่ายรัสเซียระหว่างการสนทนาตัวต่อตัวกับทรัมป์ที่กรุงเฮลซิงกิหรือไม่ ว่าเป็นการผิดพิธีการทูตอย่างชัดเจนและเป็นการก้าวล่วงอำนาจของประธานาธิบดีด้วย

น.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย คอยเรียกคำถามจากผู้สื่อข่าวให้กับลาฟรอฟ
อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟเตือนการที่ทรัมป์ยังคงแสดงความต้องการนำสหรัฐถอนตัวออกจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง ( ไอเอ็นเอฟ ) ซึ่งลงนามร่วมกันเมื่อปี 2530 หรือปลายสงครามเย็น ว่าหากการถอนตัวเกิดขึ้นจริง รัสเซียถือว่าสหรัฐเป็นฝ่าย "ทำลาย" ความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ระดับทวิภาคี ขณะที่นายยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศประจำทำเนียบเครมลิน กล่าวในวันเดียวกัน ว่าประเด็นผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันเป็นสายลับของรัสเซียนั้น "เหลวไหลและงี่เง่า" และให้สื่อมวลชนของสหรัฐไปหาคตอบเองว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มากเพียงใด แต่กล่าวว่ารัสเซียยังคงต้องการปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์ในทุกด้าน.
เครดิตภาพ : AP
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างการแถลงเมื่อวันพุธ ว่าเขาคงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอะไรได้มากไปกว่า "มาตรฐาน" ของสื่อมวลชนในสหรัฐ "ตกต่ำอย่างหนัก" และเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่สื่อมวลชนในสหรัฐส่วนใหญ่ยังคง "หมกมุ่น" กับเรื่องนี้ พร้อมทั้งตำหนิผู้สื่อข่าวของสื่อสำนักหนึ่งที่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นเสื่อของรัสเซียหรือประเทศใด ที่ตั้งคำถามว่ารัฐบาลมอสโกจะเปิดเผยบทแปลของล่ามฝ่ายรัสเซียระหว่างการสนทนาตัวต่อตัวกับทรัมป์ที่กรุงเฮลซิงกิหรือไม่ ว่าเป็นการผิดพิธีการทูตอย่างชัดเจนและเป็นการก้าวล่วงอำนาจของประธานาธิบดีด้วย

น.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย คอยเรียกคำถามจากผู้สื่อข่าวให้กับลาฟรอฟ
อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟเตือนการที่ทรัมป์ยังคงแสดงความต้องการนำสหรัฐถอนตัวออกจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง ( ไอเอ็นเอฟ ) ซึ่งลงนามร่วมกันเมื่อปี 2530 หรือปลายสงครามเย็น ว่าหากการถอนตัวเกิดขึ้นจริง รัสเซียถือว่าสหรัฐเป็นฝ่าย "ทำลาย" ความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ระดับทวิภาคี ขณะที่นายยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศประจำทำเนียบเครมลิน กล่าวในวันเดียวกัน ว่าประเด็นผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันเป็นสายลับของรัสเซียนั้น "เหลวไหลและงี่เง่า" และให้สื่อมวลชนของสหรัฐไปหาคตอบเองว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มากเพียงใด แต่กล่าวว่ารัสเซียยังคงต้องการปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์ในทุกด้าน.
เครดิตภาพ : AP

Webmaster
2019-01-17 13:00:00
28
