เมียนมาปฏิเสธเจรจากับ 'กลุ่มก่อการร้ายโรฮีนจา'| kachon.com

เมียนมาปฏิเสธเจรจากับ 'กลุ่มก่อการร้ายโรฮีนจา'
ต่างประเทศ

photodune-2043745-college-student-s
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่านายซอว์ เตย์ โฆษกคณะรัฐบาลเมียนมา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่าทางการไม่มีนโยบายเจรจากับ "กลุ่มก่อการร้าย" เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังกองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกัน ( อาร์ซา ) ประกาศการหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน จนถึงวันที่ 9 ต.ค. นี้ เพื่อเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 421 คนตามข้อมูลของรัฐบาล แต่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) แย้งว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นถึง 2 เท่า
 


ขณะที่นายเอ.เอช. มาห์มูด อาลี รมว.กระทรวงการต่างประเทศบังกลาเทศ กล่าวหารัฐบาลเมียนมาใช้การ "โฆณาชวนเชื่ออย่างุม่งร้าย" ด้วยการระบุว่าชาวโรฮีนจาคือ "ผู้อพยพผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ และกลุ่มอาร์ซาถือเป็น "กลุ่มก่อการร้ายเบงกาลี" ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาทุกสมัยไม่เคยยอมรับชาวโรฮีนจาเป็นพลเมือง และเรียกแทนด้วยคำว่า "ชาวเบงกาลี" มาโดยตลอด ด้านกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานเชิญนายวิน ยินต์ เอกอัครราชทูตเมียนมาเข้าพบ เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อประท้วงเกี่ยวกับสถานการณ์รุนแรงในรัฐยะไข่ ที่ส่งผลให้เกิดการลี้ภัยครั้งใหม่ของชาวโรฮีนจาเกือบ 300,000 คน

ในเวลาเดียวกัน องค์การความร่วมมืออิสลาม ( โอไอซี ) และชีคอาห์เหม็ด อัล-ทาเย็บ ผู้นำสูงสุดแห่งมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ในอียิปต์ กล่าวเตือนรัฐบาลเมียนมา ว่าการใช้ความรุนแรงกับชาวโรฮีนจาจะเป็นการกระตุ้น "อาชญากรรมในรูปแบบก่อการร้าย"





ทั้งนี้ การสู้รบระลอกแรกระหว่างกองทัพเมียนมากับกลุ่มอาร์ซาเกิดขึ้นเมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คนและชาวโรฮีนจาเกือบ 100,000 คน ลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ อย่างไรก็ตาม นางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าสถานการณ์ในรัฐยะไข่คือหนึ่งใน "ความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่" ของรัฐบาล แต่เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาตั้งแต่ก่อนยุคอาณานิคมที่ไม่สามารถแก้ไขได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และเธอยืนยันการปกป้อง "ประชาชนทุกคน" ในรัฐยะไข่.